Showing posts with label การตรวจสอบ. Show all posts
Showing posts with label การตรวจสอบ. Show all posts

Monday, September 21, 2020

กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น คว้ารางวัลด้านการตรวจสอบภายในภาครัฐดีเด่น จากกรมบัญชีกลาง - ไทยรัฐ

superselebbanget.blogspot.com

นายประยูร รัตนเสนีย์ อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) กระทรวงมหาดไทย เข้ารับรางวัลประกาศเกียรติคุณด้านการตรวจสอบภายในภาครัฐ ระดับดีเด่น สำหรับหน่วยงานที่มีความเป็นเลิศในการบริหารจัดการด้านการเงินการคลัง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2562 จากพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จัดขึ้นโดยกรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง เพื่อมอบรางวัลอันทรงเกียรติให้หน่วยงานที่มีความเป็นเลิศในการบริหารจัดการด้านการเงินการคลัง เพื่อเป็นต้นแบบให้หน่วยงานอื่นต่อไป

สำหรับหลักเกณฑ์การประเมินตามขั้นตอนการบริหารด้านการเงินการคลัง 5 มิติ ประกอบด้วย มิติด้านการจัดซื้อจัดจ้าง มิติด้านการเบิกจ่าย มิติด้านการบัญชีภาครัฐ มิติด้านการตรวจสอบภายในภาครัฐ และมิติด้านปลอดความรับผิดทางละเมิด โดยหน่วยงานที่ผ่านเกณฑ์ประเมินมีการบริหารจัดการเป็นเลิศ จะได้รับการคัดเลือกให้เข้ารับมอบรางวัลในแต่ละประเภท รวม 8 ประเภท ได้แก่ 1. รางวัลองค์กรที่มีความเป็นเลิศในการบริหารจัดการด้านการเงินการคลัง 2. ประกาศเกียรติคุณด้านการจัดซื้อจัดจ้าง 3. ประกาศเกียรติคุณด้านการเบิกจ่าย 4. ประกาศเกียรติคุณด้านการบัญชีภาครัฐ 5. ประกาศเกียรติคุณด้านการตรวจสอบภายในภาครัฐ 6. ประกาศเกียรติคุณด้านปลอดความรับผิดทางละเมิด 7. ประกาศเกียรติคุณหน่วยงานที่มีการพัฒนาการปฏิบัติงานด้านการเงินการคลัง และ 8. ประกาศเกียรติคุณส่งเสริมความเป็นเลิศในการบริหารจัดการด้านการเงินการคลัง

อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กล่าวว่า ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ทุกระดับมีความภาคภูมิใจที่ได้รับรางวัลอันทรงเกียรตินี้ ถือเป็นรางวัลที่แสดงถึงศักยภาพของบุคลากร สถ. ทุกคน ที่มุ่งมั่นปฏิบัติงานได้ตามมาตรฐาน ตามระเบียบของกรมบัญชีกลาง และมาตรฐานจริยธรรมด้วยความสุจริต โปร่งใส

“สิ่งสำคัญที่สุดคือ การให้ความอิสระในการตรวจสอบภายใน ซึ่งเป็นเครื่องมือและผู้ช่วยที่สำคัญของผู้บริหารทุกระดับในการพัฒนาและปรับปรุงการบริหารงานให้เกิดกระบวนการกำกับดูแลองค์การที่ดี รางวัลนี้ถือเป็นแรงบันดาลใจและแรงผลักดันให้บุคลากรกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น มุ่งมั่นพัฒนาตนเองให้มีความรู้ มีทักษะในการปฏิบัติงานให้เกิดประสิทธิภาพ ประสิทธิผลเพิ่มขึ้น เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น” อธิบดี สถ. กล่าว

อ่านเพิ่มเติม...

Let's block ads! (Why?)



"การตรวจสอบ" - Google News
September 22, 2020 at 10:26AM
https://ift.tt/3mGAHTg

กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น คว้ารางวัลด้านการตรวจสอบภายในภาครัฐดีเด่น จากกรมบัญชีกลาง - ไทยรัฐ
"การตรวจสอบ" - Google News
https://ift.tt/2V8hayf
Share:

กทม.ตรวจสอบทางเท้าทุกๆ15 วัน ปรับปรุงมาตรฐานให้เหมาะทุกคน - ไทยรัฐ

superselebbanget.blogspot.com

นายไทวุฒิ ขันแก้ว ผอ.สำนักการโยธา กทม. กล่าวว่า สำนักการโยธามีแผนการปรับปรุงซ่อมแซมทางเท้าในพื้นที่กรุงเทพฯ ด้วยการตรวจสอบความเสียหายทางเท้าตามวงรอบทุก 15 วัน หากตรวจพบความเสียหาย ศูนย์ก่อสร้างและบูรณะถนนจะจัดหน่วยซ่อมฉุกเฉินเข้าดำเนินการทันที

สำหรับการขออนุญาตตัดคันหินทางเท้า เพื่อทำทางลาด ทำทางเข้าออกในพื้นที่สาธารณะ อยู่ในอำนาจของสำนักงานเขตที่จะพิจารณาและออกใบอนุญาตตามระเบียบกรุงเทพมหานครว่าด้วยการขออนุญาตตัดคันหินทางเท้า ลดระดับคันหินทางเท้าและทำทางเชื่อมในที่สาธารณะ พ.ศ.2531 ซึ่งเมื่อสำนักเขตได้ออกใบอนุญาตแล้ว สำนักการโยธาจะตรวจสอบว่ามีการก่อสร้างตามรูปแบบที่ได้รับอนุญาตหรือไม่ หากไม่ถูกต้องจะแจ้งสำนักงานเขตเพื่อดำเนินการ ส่วนกรณีการตัดคันหินทางเท้าที่ไม่ได้รับอนุญาต หากสำนักการโยธาตรวจพบจะแจ้งสำนักงานเขต เพื่อดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ต่อไป

นอกจากนั้น ยังได้ให้ความสำคัญต่อทางเท้าอันเป็นจุดเชื่อมต่อในการเดินทาง ทั้งระบบขนส่งมวลชน ระบบราง และรถโดยสารสาธารณะ โดยนำร่องปรับปรุงทางเท้าบริเวณสถานีรถไฟฟ้าสามยอด โดยประสานความร่วมมือกับกลุ่มคนพิการ ทดสอบความเหมาะสมของทางเท้า เพื่อนำมาปรับปรุงแบบมาตรฐานทางเท้าของกรุงเทพมหานครให้เอื้อต่อการใช้ประโยชน์ของทุกคน รวมทั้งได้เริ่มดำเนินการปรับปรุงทางเท้าตามแบบมาตรฐานใหม่ในหลายเส้นทาง เริ่มจากบริเวณโดยรอบอาคารศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร เขตดินแดง.

อ่านเพิ่มเติม...

Let's block ads! (Why?)



"การตรวจสอบ" - Google News
September 22, 2020 at 09:01AM
https://ift.tt/2RMTb6f

กทม.ตรวจสอบทางเท้าทุกๆ15 วัน ปรับปรุงมาตรฐานให้เหมาะทุกคน - ไทยรัฐ
"การตรวจสอบ" - Google News
https://ift.tt/2V8hayf
Share:

Sunday, September 20, 2020

'เลขาองค์กรต้านโกง' จี้ 5 องค์กรอิสระแสดงบทบาทตรวจสอบความยุติธรรมให้ปชช. - สยามรัฐ

superselebbanget.blogspot.com

ดร.มานะ นิมิตรมงคล เลขาธิการองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) โพสต์บทความบนเฟซบุ๊ก ส่วนตัวชื่อ มานะ นิมิตรมงคล ระบุว่า...

องค์กรอิสระ: เห็นตัว ไม่เห็นบทบาท
ความเชื่อมั่นของประชาชนต่อกระบวนการยุติธรรมของประเทศกำลังถูกกระทบอย่างรุนแรง จากหลายเหตุการณ์โดยเฉพาะคดีบอสกระทิงแดงและบ่อนพระรามสาม เพราะนั่นคือ “คอร์รัปชันความยุติธรรม” อย่างชัดแจ้ง แต่ทั้งหมดกำลังถูกดึงให้เงียบและช้าลง จนสังคมกังวลว่าคนผิดจะลอยนวลอีกเช่นเคย
“องค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ” จึงถูกคาดหวังว่าจะมาช่วยสร้างความแข็งแกร่งของระบบยุติธรรมให้กลับมาเป็นที่ยอมรับและเป็นที่พึ่งของประชาชนอย่างมั่นคงได้ แม้จะมีคำถามว่า “องค์กรอิสระมีอำนาจในการตรวจสอบความยุติธรรมให้กับประชาชนได้หรือไม่”
คดีบอสกระทิงแดงและคดีบ่อนพระรามสาม ไม่ใช่แค่ปัญหาตัวบุคคลแต่เป็นปัญหาระบบและโครงสร้างอำนาจรัฐ ที่ถูกบิดเบือนโดยอภิสิทธิ์ชนและเครือข่ายผู้มีอิทธิพลเหนือองค์กรของรัฐ การตรวจสอบถ่วงดุลโดยองค์กรอิสระฯ จึงจำเป็นอย่างยิ่งในเวลานี้
ตั้งแต่รัฐธรรมนูญฉบับปี 2540 เป็นต้นมา องค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญถูกกำหนดให้อยู่นอกเหนืออำนาจบริหาร - นิติบัญญัติ - ตุลาการ เพื่อเป็นกลไกตรวจสอบ ถ่วงดุลและแก้ปัญหาการใช้อำนาจรัฐที่เกิดขึ้น
องค์กรอิสระทั้ง 5 แห่งคือ ป.ป.ช. ผู้ตรวจการแผ่นดิน คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนฯ และคณะกรรมการการเลือกตั้ง จึงถูกออกแบบให้มีบทบาทและอำนาจมาก แม้ว่าไม่นานหลังก่อตั้ง ทุกองค์กรฯ จะถูกวิพากษ์วิจารณ์ถึงความเป็นอิสระและขาดผลงาน จนนำไปสู่การแก้ไขโครงสร้างองค์กร บทบาทและอำนาจหลายประการในรัฐธรรมนูญฉบับปี 2550 และฉบับปี 2560
ตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ องค์กรอิสระฯ ยังทำอะไรได้อีกมาก โดยรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันได้เน้นย้ำว่า “การปฏิบัติหน้าที่และการใช้อำนาจขององค์กรอิสระต้องเป็นไปโดยสุจริต เที่ยงธรรม กล้าหาญ และปราศจากอคติทั้งปวงในการใช้ดุลยพินิจ” (ม.215)
เพื่อความสงบสุขของบ้านเมือง ขอให้ข้าราชการและผู้บริหารองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญทั้ง 5 แห่ง ได้แสดงบทบาทให้ประชาชนชื่นใจด้วยอำนาจและกลไกทั้งหมดที่มีอยู่ ทำงานอย่างเชื่อมโยงกันในการตรวจสอบความยุติธรรมให้กับประชาชน
ดร.มานะ นิมิตรมงคล
เลขาธิการ องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย)
หมายเหตุ: ข้อมูลจากการสัมมนาของ กมธ. กิจการองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ วุฒิสภา

Let's block ads! (Why?)



"การตรวจสอบ" - Google News
September 21, 2020 at 06:15AM
https://ift.tt/35PADup

'เลขาองค์กรต้านโกง' จี้ 5 องค์กรอิสระแสดงบทบาทตรวจสอบความยุติธรรมให้ปชช. - สยามรัฐ
"การตรวจสอบ" - Google News
https://ift.tt/2V8hayf
Share:

Wednesday, September 16, 2020

สินเชื่อเสริมพลังฐานราก เต็มแล้ว! 'ออมสิน' ปิดลงทะเบียนหลังปชช.แห่กู้ - thebangkokinsight.com

superselebbanget.blogspot.com

สินเชื่อเสริมพลังฐานราก เต็มแล้ว! “ธนาคารออมสิน” ปิดรับลงทะเบียนขอสินเชื่อผ่านเว็บไซต์ www.gsb.or.th หลังประชาชนกว่า 2.3 แสนรายแห่ขอกู้

นายวิทัย รัตนากร ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ธนาคารออมสินได้ปิดลงทะเบียนขอ “สินเชื่อเสริมพลังฐานราก” หลังจากที่มีผู้ลงทะเบียนแจ้งความประสงค์ขอสินเชื่อผ่านเว็บไซต์ www.gsb.or.th เข้ามากว่า 2.3 แสนราย หรือ ภายใน 2 วัน หลังจากเปิดให้ประชาชนเข้ามาขอสินเชื่อได้ ซึ่งถือว่าการปิดลงทะเบียนรอบนี้ เป็นการชะลอการลงทะเบียน เพื่อไปตรวจสอบคุณสมบัติผู้ที่แจ้งความประสงค์ขอสินเชื่อในรอบแรก

สินเชื่อเสริมพลังฐานราก

“เราต้องชะลอการเปิดลงทะเบียนขอสินเชื่อไว้ก่อน เพราะการตรวจสอบคุณสมบัติผู้ขอสินเชื่อต้องใช้ระยะเวลา ต่างจากการขอสินเชื่อฉุกเฉิน 1 หมื่นบาท ที่สามารถปล่อยกู้ได้เลย อย่างไรก็ดี หากมีการตรวจสอบคุณสมบัติแล้ว ยังมีผู้ไม่ผ่านเกณฑ์ตามที่ธนาคารกำหนด เราก็จะเปิดลงทะเบียนรอบ 2 เพื่อให้ประชาชนได้เข้ามาขอสินเชื่อต่อไป” นายวิทัย กล่าว

สำหรับสินเชื่อเสริมพลังฐานราก เป็นการปรับปรุงเงื่อนไขมาจากสินเชื่อเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายสำหรับผู้มีรายได้ประจำ ให้ครอบคลุมประชาชนผู้ประกอบอาชีพทุกกลุ่ม ผ่านการจัดสรรวงเงิน 1 หมื่นล้านบาท จากวงเงินเดิมที่เหลืออยู่ 1.8 หมื่นล้านบาท เพื่อนำมาปล่อยกู้ภายใต้เงื่อนไขที่ผ่อนปรน

อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เว็บไซต์ www.gsb.or.th ได้เปลี่ยนจากการให้ลงทะเบียน “สินเชื่อเสริมพลังฐานราก” เป็นการ “ตรวจสอบข้อมูลการลงทะเบียน” แทน โดยให้กรอกเลขที่บัตรประชาชน และหมายเลขโทรศัพท์มือถือในการตรวจสอบข้อมูล

สินเชื่อเสริมพลังฐานราก

ทั้งนี้ สินเชื่อประเภทนี้ ต้องการช่วยเหลือบุคคลที่มีอาชีพค้าขาย ประกอบอาชีพอิสระ และผู้มีรายได้ประจำรวมถึงบุคคลในครอบครัวที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ทำให้รายได้ลดลง หรือ ขาดรายได้ ด้วยเป็นสินเชื่อเพื่อการดำรงชีพ เพื่อการลงทุน/หมุนเวียนในกิจการ ให้วงเงินกู้สูงสุดรายละไม่เกิน 50,000 บาท คิดอัตราดอกเบี้ย 0.35% ต่อเดือน (Flat Rate) ระยะเวลาผ่อนชำระเงินกู้ไม่เกิน 3 ปี ที่สำคัญไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ หรือ บุคคลค้ำประกันเงินกู้ อีกทั้งยังปลอดชำระเงินต้นและดอกเบี้ย หรือไม่ต้องชำระเงินงวดใน 6 เดือนแรกอีกด้วย

“การแพร่ระบาดโควิดยังคงส่งผลต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศ และกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนที่มีอาชีพอิสระและผู้มีรายได้ประจำ จึงหวังเป็นอย่างยิ่งว่าสินเชื่อเสริมพลังฐานรากที่รัฐบาลได้มอบหมายให้ธนาคารออมสินเร่งดำเนินการให้ความช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบดังกล่าว จะเป็นการบรรเทาสถานการณ์ที่เดือดร้อนลงได้ไม่มากก็น้อย” ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน กล่าว

นอกจากนี้ ธนาคารออมสิน เดินหน้าช่วยเหลือลูกค้าเงินกู้ ที่ยังได้รับผลกระทบจาก Covid-19 อย่างต่อเนื่อง ขยายเวลาการเปิดให้พักชำระหนี้เงินต้น และดอกเบี้ยอัตโนมัติต่ออีก 3 เดือน ตั้งแต่ 1 ตุลาคม ถึง 31 ธันวาคม 2563 สำหรับผู้ประสงค์จะออกจากมาตรการพักชำระหนี้ สามารถเลือกแผนการชำระหนี้ได้ 3 ทางเลือก เริ่มตั้งแต่ 9 กันยายน ถึง 31 ธันวาคม 2563 โดยแจ้งผ่านแอปพลิเคชัน MyMo

สำหรับวิธีการลงทะเบียน “สินเชื่อเสริมพลังฐานราก” ของธนาคารออมสิน มีดังนี้

เงื่อนไขของ “สินเชื่อเสริมพลังฐานราก”

  • วงเงินกู้ สูงสุดไม่เกินรายละ 50,000 บาท
  • อัตราดอกเบี้ย 0.35% ต่อเดือน (Flat Rate) กรณีผิดนัดไม่ชำระหนี้ให้คิดเพิ่มอีกร้อยละ 0.50 ต่อเดือน ของเงินต้นที่ถึงกำหนดชำระ
  • ชำระคืนเงินต้นและดอกเบี้ย เป็นงวดรายเดือน สูงสุดไม่เกิน 3 ปี (30 งวด) ระยะเวลาปลอดชำระหนี้ 6 งวดแรก (เงินต้นและดอกเบี้ย)
  • ไม่ต้องใช้หลักประกัน
  • ช่วงระยะเวลาดำเนินโครงการ คือ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ถึง วันที่ 30 ธันวาคม 2563
  • ผู้ที่ได้รับอนุมัติสินเชื่อ จะได้รับเงินผ่านบัญชีเงินฝากที่ใช้เป็นบัญชีคู่โอนสำหรับหักชำระสินเชื่อ
  • ต้องชำระหนี้ด้วยการหักบัญชีเงินฝาก โดยผู้กู้ทำหนังสือยินยอมให้หักบัญชีเงินฝากที่ได้รับระบุไว้เพื่อชำระหนี้ ซึ่งผู้กู้ต้องนำเงินฝากเข้าบัญชีที่ยินยอมก่อนวันครบกำหนดชำระเงินงวด
  • การพิจารณาสินเชื่อเป็นไปตามเงื่อนไขที่ธนาคารกำหนด

สินเชื่อเสริมพลังฐานราก

คุณสมบัติของผู้กู้

  • มีคุณสมบัติอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้

– เป็นผู้ประกอบการรายย่อย/เป็นผู้ประกอบอาชีพอิสระ เช่น ผู้ประกอบอาชีพค้าขาย บริการ อายุครบ 20 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป และ เมื่อรวมอายุผู้กู้กับระยะเวลาที่ชำระเงินกู้ ต้องไม่เกิน 70 ปี

– เป็นผู้มีรายได้ประจำ เช่น พนักงาน/ลูกจ้างหน่วยงานเอกชน ที่มีเงินเดือนประจำ อายุครบ 20 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป และเมื่อรวมอายุผู้กู้กับระยะเวลาที่ชำระเงินกู้ต้องไม่เกิน 60 ปี

  • บุคคลธรรมดา สัญชาติไทย เป็นผู้มีถิ่นที่อยู่แน่นอน สามารถติดต่อได้
  • ไม่เป็นลูกจ้าง หรือ พนักงานธนาคารออมสิน
  • ไม่เป็นผู้ที่ได้รับรายได้ประจำจากหน่วยงานภาครัฐ/รัฐวิสาหกิจ
  • ต้องการกู้เงินเพื่อใช้ในการลงทุน/ซื้อ/ซ่อมแซม อุปกรณ์เครื่องมือเครื่องใช้ในการประกอบอาชีพ หรือ เพื่อใช้เป็นเงินทุนสำรองสำหรับการดำรงชีวิตในช่วงเวลาที่ได้รับผลกระทบจากภัยทางเศรษฐกิจ

เอกสารหลักฐานสำหรับขอสินเชื่อ

– กรณีที่ผู้กู้เป็นผู้ประกอบการรายย่อย

  • สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนและสำเนาทะเบียนบ้าน ใบเปลี่ยนชื่อสกุล (ถ้ามี) ของผู้กู้และคู่สมรส
  • เอกสารแสดงสถานภาพ เช่น สำเนาใบสำคัญการสมรส (ถ้ามี)
  • สำเนาสมุดบัญชีเงินฝากเผื่อเรียกธนาคารออมสิน/บัญชีเงินฝากพื้นฐาน
  • เอกสารแสดงรายได้เดือนล่าสุด เช่น บัญชีรายรับ-รายจ่าย ประมาณการรายได้ เป็นต้น

กรณีที่ผู้กู้เป็นผู้มีรายได้ประจำ

  • สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนและสำเนาทะเบียนบ้าน ใบเปลี่ยนชื่อสกุล (ถ้ามี) ของผู้กู้และคู่สมรส
  • เอกสารแสดงสถานภาพ เช่น สำเนาใบสำคัญการสมรส (ถ้ามี)
  • สำเนาสมุดบัญชีเงินฝากเผื่อเรียกธนาคารออมสิน/บัญชีเงินฝากพื้นฐาน
  • เอกสารแสดงรายได้ เช่น สลิปเงินเดือน/หลักฐานการรับเงินเดือน เดือนล่าสุด
  • เอกสารแสดงการเดินบัญชี (Statement) เดือนล่าสุด

วิธีลงทะเบียน “สินเชื่อเสริมพลังฐานราก”

  1. เข้าเว็บไซต์ของธนาคารออมสิน www.gsb.or.th เลือก ลงทะเบียน “สินเชื่อเสริมพลังรากฐาน” หรือ คลิกที่นี่
  2. เริ่มลงทะเบียน “สินเชื่อเสริมพลังรากฐาน” อ่านรายละเอียด ก่อนเลือก “ยืนยันตามข้อตกลง”
  3. กรอกข้อมูลส่วนตัว ข้อมูลรายได้ และรายละเอียดต่างๆ ให้ถูกต้องครบถ้วน ก่อนเลือก “ลงทะเบียน”
  4. เมื่อลงทะเบียนเรียบร้อยแล้ว สามารถรอการติดต่อกลับจากธนาคาร หรือตรวจสอบสถานะการสมัครด้วยการกรอกหมายเลขบัตรประชาชน และหมายเลขโทรศัพท์ผ่านเว็บไซต์ของ “ธนาคารออมสิน” หรือ คลิกที่นี่

ทั้งนี้สำหรับผู้ที่มีข้อสงสัยเกี่ยวกับสินเชื่อดังกล่าว สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ตามช่องทางของธนาคารออมสินที่เปิดให้บริการ ดังนี้ GSB Call Center 1115 โทรศัพท์ 0-2299-8000 ต่อ 149821-28 และ เว็บไซต์ www.gsb.or.th หรือธนาคารออมสินทุกสาขา

อ่านข่าวเพิ่มเติม

Add Friend Follow

Let's block ads! (Why?)



"การตรวจสอบ" - Google News
September 17, 2020 at 06:37AM
https://ift.tt/3kqGMkU

สินเชื่อเสริมพลังฐานราก เต็มแล้ว! 'ออมสิน' ปิดลงทะเบียนหลังปชช.แห่กู้ - thebangkokinsight.com
"การตรวจสอบ" - Google News
https://ift.tt/2V8hayf
Share:

Tuesday, September 15, 2020

นิเทศ นิด้า ชี้ 6 เกณฑ์การตรวจสอบข่าวปลอมด้านสุขภาพ และเปิดตัว “เช็กให้รู้” - อาร์วายที9

superselebbanget.blogspot.com
นิเทศ นิด้า ชี้ 6 เกณฑ์การตรวจสอบข่าวปลอมด้านสุขภาพ และเปิดตัว “เช็กให้รู้” ระบบอัจฉริยะต้นแบบที่จะเป็นเครื่องมือช่วยให้คนรู้ทันข่าวปลอมด้านสุขภาพ

กรุงเทพฯ--16 ก.ย.--สถาบันฑิตพัฒนบริหารศาสตร์

คณะนิเทศศาสตร์และนวัตกรรมการจัดการ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ ร่วมกับ บริษัท แบ็คยาร์ด จำกัด สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) และภาคีอื่นๆ ทั้งภาครัฐ และเอกชนสังเคราะห์แนวทางการตรวจสอบข่าวปลอมด้านสุขภาพทั่วโลก สรุปเป็นเกณฑ์การตรวจสอบข่าวปลอมด้านสุขภาพ 6 มิติ และพัฒนาระบบต้นแบบ #เช็กให้รู้ ซึ่งเป็นระบบอัจฉริยะต้นแบบช่วยการตัดสินใจข้อมูลข่าวปลอมด้านสุขภาพ (Fact Checking Intelligent Platform) หวังกระตุ้นประชาชนให้ตระหนักรู้ และสามารถรับมือข่าวปลอมสุขภาพที่เกิดในสังคมไทยปัจจุบัน

ผศ.ดร.บุหงา ชัยสุวรรณ รองคณบดีคณะนิเทศศาสตร์ นิด้า หัวหน้าโครงการพัฒนาศูนย์ตรวจสอบข้อเท็จจริงของข้อมูลข่าวสารและสร้างเครือข่ายระดับประเทศในการรับมือกับข่าวปลอม กล่าวว่า เทคโนโลยีในทุกวันนี้เปิดโอกาสให้ข่าวปลอมถูกแชร์ออกไปอย่างรวดเร็ว กว้างขวาง และวนเวียนซ้ำอีกหลายครั้ง และผู้ส่งสารบางกลุ่มจงใจผลิตเนื้อหาข่าวที่ไม่ถูกต้อง หรือขาดการตรวจสอบความถูกต้อง ทำให้ผู้อ่านบางกลุ่มที่ยังไม่มีทักษะการรู้เท่าทันสื่ออย่างเพียงพอเกิดความเข้าใจผิด หรือหลงเชื่อในข้อมูลที่ไม่ถูกต้องนั้น จนเกิดความเสียหายทั้งต่อบุคคลและสังคมในวงกว้าง

ทั้งนี้ผู้อ่านข่าว สามารถใช้เกณฑ์ในการตรวจสอบว่าข่าวนั้นมีแนวโน้มที่จะเข้าลักษณะของการเป็นข่าวปลอมหรือไม่ 6 มิติ ได้แก่

มิติโครงสร้างข่าว ข่าวมีแนวโน้มที่จะเป็นข่าวปลอม หากข่าวมีโครงสร้างข่าวไม่สอดคล้องกับหลักเกณฑ์การเขียนข่าวที่ดี เช่น ไม่ระบุวันที่เผยแพร่ ไม่ระบุผู้เผยแพร่เนื้อหา ไม่มีการอ้างอิงข้อมูล ไม่มีการอ้างแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือมิติบริบท คือ ข่าวปลอมมักจะมีผู้ติดตามส่วนใหญ่แสดงความคิดเห็นต่อเนื้อหาข่าวไปในทางลบ หรือมีผู้แชร์เนื้อหาต่อในปริมาณน้อยมิติเนื้อหา คือ ข่าวปลอมมีแนวโน้มในการนำเสนอเนื้อหาในลักษณะไม่เหมาะสม เช่น การนำเสนอเนื้อหาที่ไม่ตรงกับเรื่องในพาดหัวข่าว การใช้ข้อความเชิญชวนหรือกล่าวโทษผู้อื่นในพาดหัวข่าว การอ้างอิงหลักฐานความเชื่อที่พิสูจน์ไม่ได้ หรือการใช้ข้อมูลสนับสนุนอย่างเกินจริง การยกตัวอย่างประสบการณ์ของหมอหรือผู้ป่วย รวมถึงเนื้อหาที่เน้นเชิญชวนให้ซื้อสินค้าหรือเกิดพฤติกรรมคล้อยตามมิติด้านภาษา คือ ข่าวปลอมมีการใช้ภาษาที่มีการสะกดผิด เช่น การใช้ตัวอักษรภาษาไทยปนกับตัวอักษรหรืออักขระพิเศษอื่น ๆ หรือตั้งใจเว้นวรรคผิดรูปประโยคมิติด้านโฆษณาและผู้สนับสนุน คือ ในหน้าเว็บที่นำเสนอข่าวปลอมจะมีสัดส่วนปริมาณโฆษณามากกว่าเนื้อหาข่าวมิติด้านสุขภาพ คือ ข่าวปลอมจะมีการใช้คำที่อธิบายคุณสมบัติของสินค้าหรือบริการที่ไม่ได้รับอนุญาตจากกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ด้านสุขภาพ เช่น พรบ.อาหารและยา เป็นต้น

นอกจากเราจะสามารถใช้วิจารณญาณการรู้เท่าทันสื่อของตนเองโดยพิจารณาตามเกณฑ์ข้างต้นแล้ว ผู้อ่านข่าวยังสามารถทดลองตรวจสอบข่าวได้จากระบบต้นแบบ “เช็กให้รู้” ระบบอัจฉริยะต้นแบบช่วยการตัดสินใจข้อมูลข่าวปลอมด้านสุขภาพ (Fact Checking Intelligent Platform) ซึ่งถูกพัฒนาขึ้นให้เป็นเครื่องมือที่ช่วยนำเกณฑ์การพิจารณาโครงสร้างข่าว มาผ่านกระบวนการทำงานของ Data Scientist ที่พัฒนาโมเดล ด้วยการสอนให้ระบบคอมพิวเตอร์เรียนรู้ผ่านการสร้าง Annotation หลังจากนั้นจึงนำข้อมูลมาทำการวิเคราะห์โดยนักนิเทศศาสตร์ และสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบในการกำกับดูแลผลิตภัณฑ์สุขภาพ แล้วจึงสร้างโมเดลการเรียนรู้ให้ระบบคอมพิวเตอร์ วิเคราะห์ แยกแยะโครงสร้างของข้อมูลข่าวด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI) จนนำไปสู่ระบบตรวจสอบข่าวปลอมขึ้น ซึ่งระบบจะสามารถระบุถึง “แนวโน้มความเป็นไปได้ที่เข้าองค์ประกอบข่าวปลอม” (Fake news probability) ของข่าวที่นำมาตรวจนั้นเพื่อเป็นตัวช่วยในการตัดสินใจของผู้รับข้อมูลข่าว และเสริมสร้างการรู้เท่าทันสื่อได้ในระยะยาว

โครงการนี้ เป็นส่วนหนึ่งของ “โครงการพัฒนาศูนย์ตรวจสอบข้อเท็จจริงของข้อมูลข่าวสารและสร้างเครือข่ายระดับประเทศในการรับมือกับข่าวปลอม” ซึ่งเป็นการร่วมมือกันระหว่างภาคีองค์ความรู้ ได้แก่ คณะนิเทศศาสตร์ นิด้า โครงการFake News Fighter คณะวารสารศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ศูนย์ชัวร์ก่อนแชร์ บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) และบริษัท แบ็คยาร์ด จำกัด ซึ่งเป็นภาคีที่มีความชำนาญในด้านเทคโนโลยี และระบบปัญญาประดิษฐ์ โดยได้รับงบประมาณสนับสนุนจากกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ประจำปี 2562

โครงการฯ กำลังพัฒนาต่อยอดระบบเช็กให้รู้ให้ประชาชนทั่วไปสามารถนำข่าวมาตรวจสอบผ่านเว็บไซต์ เช็กให้รู้ ในอนาคตด้วย ผู้ที่สนใจทดลองใช้ระบบ #เช็กให้รู้ ติดตามร่วมเป็นเครือข่ายตรวจสอบข้อเท็จจริงของข้อมูลข่าวสาร และรับข่าวสารหรือร่วมการทดลองระบบก่อนใคร ได้ที่ facebook fanpage : #เช็กให้รู้


Let's block ads! (Why?)



"การตรวจสอบ" - Google News
September 16, 2020 at 09:26AM
https://ift.tt/3kndAew

นิเทศ นิด้า ชี้ 6 เกณฑ์การตรวจสอบข่าวปลอมด้านสุขภาพ และเปิดตัว “เช็กให้รู้” - อาร์วายที9
"การตรวจสอบ" - Google News
https://ift.tt/2V8hayf
Share:

วสท.ตรวจสอบแนะนำ 4 ข้อให้แก้ไข เหตุคอนโดฯ 9 ชั้น-กันสาดทรุดถล่ม - ไทยรัฐ

superselebbanget.blogspot.com

รศ.สิริวัฒน์ ไชยชนะ อุปนายกวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์วสท. กล่าวว่า จากการลงพื้นที่ตรวจสอบอาคารคอนโดฯ 9 ชั้น ภายในซอยสุภาพงษ์ 1 ถนนศรีนครินทร์ เขตประเวศ กรุงเทพฯ ที่เกิดเหตุระเบียงกันสาดซีเมนต์ชั้น 2 ทรุดตัวถล่มนั้น พบว่าอาคารมีอายุ 24 ปี จึงทำให้เกิดการเสื่อมสภาพของวัสดุโครงสร้างตามเวลา เกิดรอยแตกร้าวระหว่างระเบียงกันสาดและตัวอาคาร จนทำให้น้ำซึมลงไปถึงเหล็กด้านในซีเมนต์ ซึ่งหากเหล็กยึดจุดใดจุดหนึ่งหลุดก็จะทำให้เกิดการดึงรั้งได้ทั้งหมด ประกอบกับมีผู้อยู่อาศัยนำสิ่งของที่มีน้ำหนักมากไปวางไว้บนกันสาด เช่น กระถางต้นไม้ อุปกรณ์เครื่องปรับอากาศ CDU (Condensing Unit) ที่ติดตั้งบนกันสาดจะมีการสั่นหรือเขย่า รวมทั้งการรับน้ำหนักของน้ำฝนที่ขังสะสมมาเป็นเวลานาน

ส่วนโครงสร้างของอาคาร พบว่ายังแข็งแรงและก่อสร้างได้มาตรฐาน จึงแนะนำเจ้าของอาคาร ดังต่อไปนี้ 1.ให้ดำเนินการตรวจสอบความแข็งแรงของกันสาดหรือโครงสร้างประเภทเดียวกันนี้ทั้งหมดทุกอาคาร (โครงการมี 12 อาคาร) เพื่อพิจารณาปรับปรุงซ่อมแซมให้มีความมั่นคงแข็งแรงและปลอดภัยต่อประชาชน 2.ในระยะแรกอาจพิจารณาออกแบบเท้าแขน (Corbel) ที่ดูสวยงาม และแข็งแรงพอที่จะค้ำยันกันสาด 3.ซ่อมแซมรอยแยก รอยแตกร้าวที่สำรวจพบด้วยวัสดุซ่อมแซมมาตรฐานตามเทคโนโลยีปัจจุบัน 4.ควรจัดทำการตรวจสอบอาคารประจำปีให้ทางการรับทราบ.

อ่านเพิ่มเติม...

Let's block ads! (Why?)



"การตรวจสอบ" - Google News
September 16, 2020 at 07:19AM
https://ift.tt/35AqBgC

วสท.ตรวจสอบแนะนำ 4 ข้อให้แก้ไข เหตุคอนโดฯ 9 ชั้น-กันสาดทรุดถล่ม - ไทยรัฐ
"การตรวจสอบ" - Google News
https://ift.tt/2V8hayf
Share:

Sunday, September 13, 2020

ระทึก ระเบียงอาคาร 9 ชั้น คอนโดย่านศรีนครินทร์ทรุดตัว หนีตายกันวุ่น - ไทยรัฐ

superselebbanget.blogspot.com

เกิดเหตุระทึก ระเบียงอาคาร 9 ชั้น โครงการคอนโดย่านศรีนครินทร์เกิดทรุดตัว เจ้าหน้าที่เขตประเวศ กู้ภัย ต้องระดมเร่งเข้าไปช่วยเหลือคนติดในอาคาร แต่โชคดีไม่มีผู้บาดเจ็บ

เมื่อเวลา 06.30 น. วันที่ 14 ก.ย.63 เจ้าหน้าที่จากสายด่วน 199 รับแจ้งเหตุอาคารทรุดตัว เหตุเกิดที่โครงการคอนโดนิรันดร์เรสซิเด้นท์ 5 ภายในซอยสุภาพงษ์ 1 ถนนศรีนครินทร์ แขวงหนองบอน เขตประเวศ กทม. เจ้าหน้าที่สถานีดับเพลิงและกู้ภัยสุขุมวิท รุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อม นายวรเศรษฐ์ วิศาลศักดิ์ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตประเวศ เจ้าหน้าที่วิศวกรโยธา และอาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง

ที่เกิดเหตุเป็นอาคารที่พักสูง 9 ชั้น พบบริเวณกันสาดคอนกรีตระหว่างชั้น 1-2 ซึ่งมีความยาว 21.5 เมตร เกิดหักถล่มลงมา ทำให้ปิดทางเข้าออกของผู้ที่พักอาศัยอยู่ด้านล่าง เจ้าหน้าที่จึงกั้นพื้นที่บริเวณดังกล่าวเพื่อความปลอดภัย ทั้งนี้จากการตรวจสอบไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด เจ้าหน้าที่จึงได้ช่วยเหลือผู้ที่ติดค้างอยู่ภายในอาคารออกมาได้อย่างปลอดภัย

นายวรเศรษฐ์ กล่าวว่า จากการตรวจสอบจุดเกิดเหตุเป็นกันสาด ความยาวประมาณ 21.5 เมตร ความกว้าง 1 เมตร โดยโครงสร้างของกันสาดได้หักพังลงมาปิดทางเข้าออกของห้องชั้นล่างของผู้พักอาศัย 6 ห้อง โชคดีไม่มีใครได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต ทั้งนี้ความเสียหายไม่ส่งผลกระทบต่อโครงสร้างอาคารคอนโด จากการตรวจสอบพบว่าอาคารแห่งนี้ได้มีการก่อสร้างมาตั้งแต่ปี 2540 ซึ่งอาคารมีอายุกว่า 20 ปี สันนิษฐานเบื้องต้นว่าสาเหตุเกิดจากกันสาดที่มีการอุ้มน้ำมานาน หลังจากนี้ก็จะประสานให้สำนักการโยธาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบอย่างละเอียด เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง รวมถึงจะต้องเร่งแก้ไขว่าจะดำเนินการรื้อถอนออกได้เลยหรือไม่ เพื่อจะได้ให้ผู้พักอาศัยกลับเข้าไปภายในห้องพักได้ภายในวันนี้ ส่วนอาคารที่เหลืออีก 11 อาคาร ก็จะเร่งดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด เพื่อความปลอดภัย

ด้านนิติบุคคลของคอนโด ยืนยันว่า ไม่ได้นิ่งนอนใจ มีการตรวจสอบอย่างต่อเนื่อง แต่การตรวจสอบอย่างละเอียดจะต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญ พร้อมเครื่องมือเฉพาะทาง เนื่องจากดูจากภายนอกจะไม่พบความผิดปกติ แต่หลังจากนี้ในอาคารที่เหลืออีก 11 อาคาร ก็จะต้องตรวจสอบอย่างละเอียด ด้วยเจ้าหน้าที่และวิศวกรผู้ชำนาญ เพื่อไม่ให้เกิดเหตุซ้ำอีก

ขณะที่ น.ส.อัมรา รอดภัย ผู้ที่พักอาศัยอยู่ที่ห้องเลขที่ 90/21 อาคารเอ็ม เปิดเผยว่า ตนพักอาศัยอยู่กัน 3 คนกับครอบครัวมานานกว่า 20 ปี ยังไม่เคยเจอเหตุการณ์นี้ ช่วงเวลาประมาณ 05.30 น. ตนได้ตื่นขึ้นมาเปิดประตูบ้าน ก็พบว่ามีน้ำเปียกชุ่มไหลลงบนเครื่องซักผ้าที่อยู่หน้าบ้าน ตอนแรกตั้งใจว่าจะล้างจานชามก่อนจึงเปลี่ยนใจไม่ล้าง จากนั้นได้นำขยะออกไปทิ้งข้างนอกได้ไม่นานก็พังลงมา จึงวิ่งกลับมาดู สภาพก็เป็นอย่างที่เห็น ส่วนลูกสองคนนอนอยู่ในห้องก็บอกว่าได้ยินเสียงดังมาก เจ้าหน้าที่ต้องช่วยเหลือออกมา ซึ่งปลอดภัยดีทั้งคู่ ทั้งนี้มีสัญญาณเตือนคือมีน้ำหยดลงมาเปียกชุ่มหน้าบ้าน ซึ่งปกติไม่มี

ส่วน นายพิเชษฐ คำมาเครือ ผู้อยู่อาศัยในคอนโดที่เกิดเหตุ กล่าวว่า ตนอาศัยอยู่ห้องริมสุดของคอนโดแห่งนี้มานานกว่า 10 ปี โดยเมื่อช่วงเช้าประมาณ 05.30 น. ได้ยินเสียงดังเหมือนมีอะไรหัก จึงรีบออกมาดู แต่ก็พบว่ามีบางอย่างหล่นลงมาขวางประตูเข้าออกของห้อง แต่ยังพอมีช่องว่างให้สามารถออกมาได้ จึงรีบคลานออกมา เพราะกลัวว่าอาคารจะทรุดลงมาอีก

อ่านเพิ่มเติม...

Let's block ads! (Why?)



"การตรวจสอบ" - Google News
September 14, 2020 at 10:24AM
https://ift.tt/2FA5jEG

ระทึก ระเบียงอาคาร 9 ชั้น คอนโดย่านศรีนครินทร์ทรุดตัว หนีตายกันวุ่น - ไทยรัฐ
"การตรวจสอบ" - Google News
https://ift.tt/2V8hayf
Share:

“ยุทธพงศ์ ” ยันตรวจสอบแล้ว วุฒิปริญญาเอก “สันติ” เก๊ - บ้านเมือง

superselebbanget.blogspot.com
บ้านเมือง - “ยุทธพงศ์ ” ยันตรวจสอบแล้ว วุฒิปริญญาเอก “สันติ” เก๊

วันจันทร์ ที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2563 10:09 น.

การเมือง

“ยุทธพงศ์ ” ยันตรวจสอบแล้ว วุฒิปริญญาเอก “สันติ” เก๊

วันจันทร์ ที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2563, 09.57 น.

“ยุทธพงศ์ ” ปูดวุฒิปริญญาเอก “สันติ” เก๊ตรวจสอบแล้ว ยัน ม.ลาดกระบังไม่มีสาขาที่บอกว่าจบมา ย้ำจะเรียน ป.เอกวิศวะได้ต้องจบตรี-โทวิศวะ แต่ ม.รามฯที่นายสันติจบไม่มีสอน

เมื่อวันที่ 13 กันยายน ที่ผ่านมา  ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม และรองหัวหน้าพรรค พท. แถลงตั้งข้อสังเกตกรณีวุฒิการศึกษาระดับปริญญาเอกของนายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ที่ระบุว่าจบ ดร.จากสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง โดยนำคลิปที่นายสันติให้สัมภาษณ์ที่ทำเนียบรัฐบาล โดยนายสันติพูดชื่อสถาบันการศึกษาผิด เป็นสถาบันเทคโนโลยีลาดกระบังเจ้าคุณทหาร ขณะเดียวกัน ก็บอกด้วยว่าจบสาขารถยนต์ไฟฟ้าที่กำลังฮิตที่สุด อินเทรนด์ที่สุด แต่เมื่อตนไปตรวจสอบที่สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง พบว่าไม่มีสาขาวิชาดังกล่าว และหลักสูตรที่นายสันติเข้าเรียนคือปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาบริหารธุรกิจอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นหลักสูตรใหม่ที่เพิ่งเปิดเมื่อปี 2559 และเป็นหลักสูตรนานาชาติ ในฐานะที่ตนจบวิศวะจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ทุกคนทราบว่าหากจะเรียนปริญญาเอกจะต้องมีวิชาพื้นฐานเบื้องต้นเกี่ยวกับวิศวกรรม 3 วิชา ประกอบด้วย วิชาวิศวกรรมเครื่องกลเบื้องต้น วิชากำลังไฟฟ้า และวิชาคอมพิวเตอร์และการออกแบบ แต่นายสันติจบปริญญาตรี และปริญญาโท ที่มหาวิทยาลัยรามคำแหง ซึ่งไม่มีคณะวิศวกรรม ดังนั้น ที่นายสันติบอกว่าจบปริญญาเอกวิศวกรรมศาสตร์ ถามว่าท่านไปเรียนที่ไหน เพราะที่สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบังไม่มีสาขาที่ท่านระบุ จึงอยากให้ท่านชี้แจง นอกจากนี้ จากการตรวจสอบประวัติพบว่านายสันติเคยเปิดอู่ซ่อมรถ ชื่ออู่ “ชนหนัก ชนเบา เราซ่อมได้” ย่านเอกมัย-เพชรบุรีตัดใหม่ และมีข้อมูลด้วยว่านายสันติเคยหนีคดีไปอยู่ จ.เพชรบูรณ์ เพราะเคยถูกออกหมายจับคดีเช็คเด้งจากการทำกิจการอู่ซ่อมรถดังกล่าว ซึ่งเรื่องนี้เป็นข้อเท็จจริงหรือไม่ ก็อยากให้นายสันติออกมาชี้แจง

          
นายยุทธพงศ์กล่าวอีกว่า ต่อมาคือเรื่องการขยายสัญญารถไฟฟ้าสายสีเขียวอีก 40 ปี ที่เข้าคณะรัฐมนตรี (ครม.) ทำให้เสียรัฐมนตรีคลัง ไปแล้ว 2 คน คือนายอุตตม สาวนายน และนายปรีดี ดาวฉาย ที่ไม่กล้าเซ็นอนุมัติโครงการดังกล่าว แต่นายสันติกลับกล้านำเสนอเข้าสู่ ครม. แถมบอกว่าทำสิ่งที่ถูกต้องอีกด้วย อย่างไรก็ตาม ในเรื่องนี้ท่านยังไม่เคยเปิดเผยมูลค่าทรัพย์สินจริงๆ เกี่ยวกับสัญญารถไฟฟ้าดังกล่าวว่ามีจำนวนเท่าไหร่ ทั้งที่ พ.ร.บ.ร่วมทุน จะต้องมีการประเมินมูลค่าทรัพย์สินทั้งหด และต้องนำเข้าคณะกรรมการนโยบายร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน หรือ พีพีพี ด้วย นายสันติและกระทรวงมหาดไทย ได้แต่อ้างว่า กทม.เป็นหนี้รับหนี้ไม่ไหว จึงต้องยกหนี้ให้บีทีเอสมารับแทน ถามว่าบริษัทบีทีเอส ซึ่งเป็นบริษัทเอกชนเขาโง่หรือ เขาคงไม่โง่มารับหนี้กว่า 7 หมื่นล้านบาท มีแต่รัฐบาลที่แกล้งโง่ และไม่ยอมนำเรื่องดังกล่าเข้า พ.ร.บ.ร่วมทุน แต่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กลับออกมาตรา 44 มาบังคับใช้ทั้งที่มีกฎหมายแล้วเพื่อยกเว้นการใช้กฎหมายที่มีอยู่

ดังนั้น ขอฝากไปยัง พล.อ.ประยุทธ์ ที่บอกว่าให้ทุกคนเคารพกฎหมาย แล้วตัวท่านเคารพกฎหมายหรือไม่ ทั้งยังเป็นการเอื้อประโยชน์ให้กับเอกชนอย่างบริษัทบีทีเอส จึงขอให้ พล.อ.ประยุทธ์ยับยั้งเรื่องนี้ เพราะมีรายงายจากคณะกรรมาธิการวิสามัญที่พิจารณาเรื่องดังกล่าวแล้ว ว่าไม่เห็นด้วบกับการต่อขยายสัญญารถไฟฟ้าสายสีเขียวดังกล่าว ทั้งนี้ ครม.เองก็มีมติและส่งเรื่องมายังรัฐสภา ให้ กทม.ปฏิบัติตามกฎหมายและหลักธรรมาภิบาล เพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์ที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศและประชาชน จึงถามกระทรวงการคลังว่าท่านได้ปฏิบัติตามกฎหมายหรือไม่ พร้อมขอเรียกร้องเป็นรอบที่สิบว่ากลัวอะไรหนักหนาถึงไม่เข้า พ.ร.บ.ร่วมทุน หากเจ้าสัวคนอื่นๆ อยากได้สัมปทานบ้างท่านจะต้องออกกฎหมายยกเว้นให้เข้าหรือไม่ เรื่องนี้สะท้อนให้เห็นว่ารัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ลุแก่อำนาจ เป็นเหตุผลว่าทำไมนักเรียน นักศึกษา จึงออกมาขับไล่รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์

Let's block ads! (Why?)



"การตรวจสอบ" - Google News
September 14, 2020 at 09:57AM
https://ift.tt/2ZAnaTh

“ยุทธพงศ์ ” ยันตรวจสอบแล้ว วุฒิปริญญาเอก “สันติ” เก๊ - บ้านเมือง
"การตรวจสอบ" - Google News
https://ift.tt/2V8hayf
Share:

เกิดเหตุระเบียงกันสาดอาคารทรุดตัว เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างตรวจสอบ - คมชัดลึก

superselebbanget.blogspot.com

วันนี้ 14 กันยายน 2563 เวลา 06.29 น. รับแจ้งจากสายด่วน 199 เกิดเหตุอาคารทรุดตัว ภายในซอยสุภาพงษ์ 1 ถนนศรีนครินทร์  แขวงหนองบอน เขตประเวศ เจ้าหน้าที่สถานีดับเพลิงและกู้ภัยสุขุมวิทกำลังไปที่เกิดเหตุ  อยู่ระหว่างการตรวจสอบของทางเจ้าหน้าที่ หากมีความคืบหน้าจะรายงานให้ทราบต่อเนื่อง 

Let's block ads! (Why?)



"การตรวจสอบ" - Google News
September 14, 2020 at 07:59AM
https://ift.tt/3bTEEim

เกิดเหตุระเบียงกันสาดอาคารทรุดตัว เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างตรวจสอบ - คมชัดลึก
"การตรวจสอบ" - Google News
https://ift.tt/2V8hayf
Share:

DSI เตรียมตรวจสอบสถาบันการศึกษาหลอก นศ.เรียน แต่ไม่ได้รับวุฒิ ย้ำผู้เสียหายให้รีบไปร้องทุกข์ - ข่าวช่อง3 - CH3 Thailand NEWS

superselebbanget.blogspot.com

13 ก.ย. 2563
61 ครั้ง

กรณีของวิทยาลัยเทคโนโลยีชัยนาทเกิดประกาศปิดกิจการแบบกะทันหัน ซึ่งมีเหล่านักศึกษาในหลายจังหวัด

 

ที่เปิดเป็นศูนย์นอกที่ตั้งหลายร้อยคนถูกลอยแพ แห่แจ้งความเผยว่าถูกหลอกให้มาเรียนยังสถานที่ดังกล่าว โดยคดีผ่านมาหลายเดือนไม่มีความคืบหน้า 

 

โดยที่น่าตกใจคือไม่ใช่แค่ 150 ราย จากการที่ทางรองเลขาธิการคณะกรรมการอาชีวะศึกษาบอกว่าการตรวจสอบวุฒิการศึกษาเป็นของปลอม ไม่มีในสารระบบและระวังอย่านำไปใช้อาจทำให้ผิดกฎหมายได้

 

ให้รีบไปร้องทุกข์ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ และผู้เสียหายที่เรียนแล้วถูกทางวิทยาลัยยกเลิกกลางคันก็ไปร้องที่กรมสอบสวนคดีพิเศษได้เช่นเดียวกัน

 

Let's block ads! (Why?)



"การตรวจสอบ" - Google News
September 13, 2020 at 01:00PM
https://ift.tt/3hpNF3O

DSI เตรียมตรวจสอบสถาบันการศึกษาหลอก นศ.เรียน แต่ไม่ได้รับวุฒิ ย้ำผู้เสียหายให้รีบไปร้องทุกข์ - ข่าวช่อง3 - CH3 Thailand NEWS
"การตรวจสอบ" - Google News
https://ift.tt/2V8hayf
Share:

เราไม่ทิ้งกัน กลุ่มตกหล่น 5.6 หมื่นคน ตรวจสอบสิทธิ์ด่วน ใกล้หมดเวลาโอนเงินแล้ว - thebangkokinsight.com

superselebbanget.blogspot.com

เราไม่ทิ้งกัน กลุ่มตกหล่น  56,000 คน รีบตรวจสอบสิทธิ์ www.เราไม่ทิ้งกัน.com รับเงินเยียวยา 15,000 บาทด่วน  ก่อนกระทรวงการคลังโอนเงินงวดสุดท้าย วันที่ 30 กันยายนนี้ 

จากกรณีที่ กระทรวงการคลังได้ดำเนินมาตรการเยียวยา 5,000 บาท หรือ มาตรการเราไม่ทิ้งกัน เสร็จสิ้นแล้ว ซึ่งโครงการ เราไม่ทิ้งกัน โอนเงินวันสุดท้าย ในวันที่ 30 กันยายนนี้ จากผู้มีสิทธิ์รับเงินเยียวยาทั้งหมด 15.3 ล้านคน

อย่างไรก็ดี การตรวจสอบพบว่า มีผู้มีสิทธิอีก 56,000 คน ที่ไม่สามารถโอนเงินให้ได้ เนื่องจากเกิดจากปัญหา เกี่ยวกับบัญชีรับเงิน เช่น ยังไม่มีพร้อมเพย์ ที่ผูกกับเลขบัตรประชาชน หรือบัญชีปิด เป็นต้น ซึ่งกระทรวงการคลัง ยังคงพยายามโอนเงินซ้ำ (Retry) อย่างต่อเนื่อง ทุกสัปดาห์ จนถึงปัจจุบัน

นายลวรณ แสงสนิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษก กระทรวงการคลัง   ระบุว่า สำหรับผู้มีสิทธิ์แต่ยังไม่ได้รับเงิน ขอให้ตรวจสอบตัวเองว่า อยู่ในกลุ่มผู้มีสิทธิ์ ที่กระทรวงการคลังโอนเงินไม่สำเร็จหรือไม่ ที่เว็บไซตจ์ โดยเข้าไปที่ เว็บไซต์ www.เราไม่ทิ้งกัน.com  จากนั้นคลิกที่ปุ่มสีเขียวเข้ม ที่เขียนไว้ว่า “ผู้มีสิทธิ์ที่ยังโอนเงินไม่สำเร็จ”

เราไม่ทิ้งกัน กลุ่มตกหล่น

เมื่อคลิกที่ปุ่มสีเขียวแล้ว จะเข้าไปสู่หน้าจอ ที่ให้กรอกหมายเลขบัตรประจำตัวประขาชน เพื่อตรวจสอบสถานะ

เราไม่ทิ้งกัน กลุ่มตกหล่น

หลังจากใส่เลขประจำตัวประชาชนแล้ว กดปุ่มตรวจสอบ เพียงเท่านี้ ก็จะรู้แล้วว่า ในขณะนี้ สิทธิของคุณอยู่ในสถานะใด

เราไม่ทิ้งกัน กลุ่มตกหล่น

ถ้า หากตรวจสอบแล้วพบว่า อยู่ในกลุ่มที่โอนเงินไม่สำเร็จ หรือได้รับข้อความ SMS แจ้งว่าเป็นผู้มีสิทธิ์ แต่โอนเงินไม่สำเร็จ ขอให้รีบไปติดต่อธนาคารใดก็ได้ ที่มีบัญชีอยู่ และดำเนินการผูกพร้อมเพย์ ด้วยเลขบัตรประชาชนโดยเร็ว ก่อนวันที่ 28 กันยายน 2563 เพื่อให้สามารถรับเงินโอน จากกระทรวงการคลัง ได้ทันภายในวันที่ 30 กันยายน 2563

โฆษกกระทรวงการคลังย้ำเพิ่มเติมว่า หลังจากวันที่ 30 กันยายน 2563 กระทรวงการคลัง จะพิจารณาปิดโครงการ และยุติการโอนเงิน ดังนั้น ขอให้ผู้มีสิทธิ์ที่ยังโอนเงินไม่สำเร็จ เร่งดำเนินการผูกพร้อมเพย์ ด้วยเลขบัตรประชาชน โดยเร็วที่สุด

สำหรับโครงการมาตรการเยียวยา เราไม่ทิ้งกัน เป็นอีกหนึ่งในโครงการที่กระทรวงการคลัง ช่วยเหลือมาตรการเยียวยา ผู้ได้รับผลกระทบจากเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 ให้กับแรงงาน, ลูกจ้างชั่วคราว, อาชีพอิสระ โดยเปิดให้ลงทะเบียน www.เราไม่ทิ้งกัน.com เพื่อรับเงินชดเชยรายได้จำนวน 5,000 บาทต่อเดือน เป็นระยะเวลา 3 เดือน เริ่มตั้งแต่เดือนเมษายน – เดือนพฤษภาคม 2563 และ ได้ปิดโครงการไปแล้วเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา

เงินเยียวยาเราไม่ทิ้งกัน
ลวรณ แสงสนิท

ก่อนหน้านี้ Anti-Fake News Center Thailand รายงานว่า ตามที่ได้มีข่าวปรากฎในสื่อออนไลน์ต่างๆ ถึงประเด็นเรื่อง ศบค. แจ้งเพิ่ม เงินเยียวยา 5,000 บาท ต่ออีก 1 เดือน ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงโดย ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) พบว่าข้อมูลที่ปรากฏดังกล่าว เป็นข้อมูลเท็จ

จากกรณีข้อความที่การกล่าวถึง ศบค. ว่าได้ออกมาแจ้ง เรื่องมาตรการเยียวยา 5,000 บาท ที่มีการต่ออีก 1 เดือนนั้น ทางศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 หรือ ศบค. ได้ออกมาชี้แจงว่า ไม่เป็นความจริง เนื่องจากทาง ศบค. ไม่เคยกล่าวว่า มีการต่อมาตรการเยียวยาอีก 1 เดือน ตามที่กล่าวอ้าง

อีกทั้งปัจจุบันมาตรการ “เราไม่ทิ้งกัน” หรือ มาตรการจ่าย เงินเยียวยา 5,000 บาท เป็นระยะเวลา 3 เดือนนั้น ได้ดำเนินการเสร็จสิ้นแล้ว และขณะนี้ยังไม่มีการพิจารณาถึงเรื่องการต่อมาตรการจ่าย เงินเยียวยา ออกไปอีก 1 เดือน

แผนโอนเงินโครงการ เราไม่ทิ้งกัน กลุ่มตกหล่น จำนวน 7 หมื่นคนนั้น สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง จะโอนเงินในทุกๆ วันอังคาร

  • โอนวันที่ 2 ก.ย. (ผูกพร้อมเพย์ 31 ส.ค.-6 ก.ย.)
  • โอนวันที่ 9 ก.ย. (ผูกพร้อมเพย์ 7 ก.ย.-13 ก.ย.)
  • โอนวันที่ 16 ก.ย. (ผูกพร้อมเพย์ 14 ส.ค.- 20 ก.ย.)
  • โอนวันที่ 23 ก.ย. (ผูกพร้อมเพย์ 21 ส.ค.- 27 ก.ย.)
  • โอนวันที่ 30 ก.ย.

อ่านข่าวเพิ่มเติม

Add Friend Follow

Let's block ads! (Why?)



"การตรวจสอบ" - Google News
September 13, 2020 at 01:52PM
https://ift.tt/3menzEx

เราไม่ทิ้งกัน กลุ่มตกหล่น 5.6 หมื่นคน ตรวจสอบสิทธิ์ด่วน ใกล้หมดเวลาโอนเงินแล้ว - thebangkokinsight.com
"การตรวจสอบ" - Google News
https://ift.tt/2V8hayf
Share:

ส.ส.เพื่อไทย แฉอีก "รมช.คลัง" ใช้วุฒิปริญญาเอกปลอม! เผยหลักฐานตรวจสอบ - ข่าวสด

superselebbanget.blogspot.com

"โจ้ ยุทธพงศ์" ปูด วุฒิปริญญาเอก "สันติ" รมช.คลัง ปลอม ตรวจสอบแล้วยัน ม.ลาดกระบัง ไม่มีสาขาที่บอกว่าจบมา ชี้ จะเรียน ป.เอก วิศวะได้ ต้องจบตรี - โท วิศวะ

เมื่อวันที่ 13 ก.ย. ที่พรรคเพื่อไทย นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม และรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย แถลงตั้งข้อสังเกตกรณีวุฒิการศึกษาระดับปริญญาเอก ของนายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง ที่ระบุว่า จบ ดร. จากสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง โดยนำคลิปที่นายสันติให้สัมภาษณ์ที่ทำเนียบรัฐบาล โดยนายสันติพูดชื่อสถาบันการศึกษาผิด เป็นสถาบันเทคโนโลยีลาดกระบังเจ้าคุณทหาร

ขณะเดียวกัน ก็บอกด้วยว่าจบสาขารถยนต์ไฟฟ้าที่กำลังฮิตที่สุด อินเทรนด์ที่สุด แต่เมื่อตนไปตรวจสอบที่สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง พบว่าไม่มีสาขาวิชาดังกล่าว และหลักสูตรที่นายสันติเข้าเรียนคือปรัชาญาดุษฎีบัณฑิต สาขาบริหารธุรกิจอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นหลักสูตาใหม่ที่เพิ่งเปิดเมื่อปี 2559 และเป็นหลักสูตรนานาชาติ

ในฐานะที่ตนจบวิศวะ จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ทุกคนทราบว่าหากจะเรียนปริญญาเอกจะต้องมีวิชาพื้นฐานเบื้องต้นเกี่ยวกับวิศวกรรม 3 วิชา ประกอบด้วย วิชาวิศวกรรมเครื่องกลเบื้องต้น วิชากำลังไฟฟ้า และวิชาคอมพิวเตอร์และการออกแบบ แต่นายสันติจบปริญญาตรี และปริญญาโท ที่มหาวิทยาลัยรามคำแหง ซึ่งไม่มีคณะวิศวกรรม

ดังนั้น ที่นายสันติบอกว่าจบปริญญาเอกวิศวกรรมศาสตร์ ถามว่าท่านไปเรียนที่ไหน เพราะที่สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบังไม่มีสาขาที่ท่านระบุ จึงอยากให้ท่านชี้แจง นอกจากนี้ จากการตรวจสอบประวัติพบว่านายสันติเคยเปิดอู่ซ่อมรถ ชื่ออู่ "ชนหนัก ชนเบา เราซ่อมได้" ย่านเอกมัย - เพชรบุรีตัดใหม่ และมีข้อมูลด้วยว่านายสันติเคยหนีคดีไปอยู่ จ.เพชรบูรณ์ เพราะเคยถูกออกหมายจับคดีเช็คเด้งจากการทำกิจการอู่ซ่อมรถดังกล่าว

นายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง

ซึ่งเรื่องนี้เป็นข้อเท็จจริงหรือไม่ตนก็อยากให้นายสันติออกมาชี้แจง ต่อมาคือเรื่องการขยายสัญญารถไฟฟ้าสายสีเขียวอีก 40 ปี ที่เข้าคณะรัฐมนตรี (ครม.) ทำให้เสียรมว.คลัง ไปแล้ว 2 คน คือนายอุตตม สาวนายน และนายปรีดี ดาวฉาย ที่ไม่กล้าเซ็นอนุมัติโครงการดังกล่าว แต่นายสันติกลับกล้านำเสนอเข้าสู่ครม. แถมบอกว่าทำสิ่งที่ถูกต้องอีกด้วย

อย่างไรก็ตาม ในเรื่องนี้ท่านยังไม่เคยเปิดเผยมูลค่าทรัพย์สินจริงๆเกี่ยวกับสัญญารถไฟฟ้าดังกล่าวว่ามีจำนวนเท่าไหร่ ทั้งที่พ.ร.บ.ร่วมทุน จะต้องมีการประเมินมูลค่าทรัพย์สินทั้งหด และต้องนำเข้าคณะกรรมนโยบายร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน หรือ พีพีพี ด้วย นายสันติและกระทรวงมหาดไทย ได้แต่อ้างว่า กทม.เป็นหนี้รับหนี้ไม่ไหว จึงต้องยกหนี้ให้บีทีเอสมารับแทน

ถามว่าบริษัทบีทีเอส ซึ่งเป็นบริษัทเอกชนเขาโง่หรือ เขาคงไม่โง่มารับหนี้กว่า 7 หมื่นล้านบาท มีแต่รัฐบาลที่แกล้งโง่ และไม่ยอมนำเรื่องดังกล่าเข้าพ.ร.บ.ร่วมทุน แต่พล.อประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม กลับออกมาตรา 44 มาบังคับใช้ทั้งที่มีกฎหมายแล้วเพื่อยกเว้นการใช้กฎหมายที่มีอยู่

ดังนั้น ขอฝากไปยัง พล.อ.ประยุทธ์ ที่บอกว่าให้ทุกคนเคารพกฎหมาย แล้วตัวท่านเคารพกฎหมายหรือไม่ ทั้งยังเป็นการเอื้อประโยชน์ให้กับเอกชนอย่างบริษัทบีทีเอส จึงขอให้พล.อ.ประยุทธ์ยับยั้งเรื่องนี้ เพราะมีรายงายจากคณะกรรมาธิการวิสามัญที่พิจารณาเรื่องดังกล่าวแล้ว ว่าไม่เห็นด้วบกับการต่อขยายสัญญารถไฟฟ้าสายสีเขียวดังกล่าว

ทั้งนี้ ครม.เองก็มีมติและส่งเรื่องมายังรัฐสภา ให้กทม.ปฏิบัติตามกฎหมายและหลักธรรมาภิบาล เพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์ที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศและประชาชน จึงถามกระทรวงการคลังว่าท่านได้ปฏิบัติตามกฎหมายหรือไม่ พร้อมขอเรียกร้องเป็นรอบที่สิบว่ากลัวอะไรหนักหนาถึงไม่เข้า พ.ร.บ.ร่วมทุน

หากเจ้าสัวคนอื่นๆอยากได้สัมปทานบ้างท่านจะต้องออกกฎหมายยกเว้นให้เข้าหรือไม่ เรื่องนี้สะท้อนให้เห็นว่ารัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ลุแก่อำนาจ เป็นเหตุผลว่าทำไมนักเรียน นักศึกษา จึงออกมาขับไล่รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์


Let's block ads! (Why?)



"การตรวจสอบ" - Google News
September 13, 2020 at 12:03PM
https://ift.tt/3bRksxL

ส.ส.เพื่อไทย แฉอีก "รมช.คลัง" ใช้วุฒิปริญญาเอกปลอม! เผยหลักฐานตรวจสอบ - ข่าวสด
"การตรวจสอบ" - Google News
https://ift.tt/2V8hayf
Share:

Friday, September 11, 2020

รายงานพิเศษ : เสริมศักยภาพเจ้าหน้าที่ตรวจสอบแรงงานต่างชาติ - ช่อง 7

superselebbanget.blogspot.com
แม้ว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในประเทศไทย จะมีแนวโน้มดีขึ้นมาก สถานประกอบการเริ่มกลับมาฟื้นตัว ประกอบธุรกิจได้บ้างแล้ว ซึ่งบางสถานประกอบการมีความต้องการแรงงานต่างชาติ มาขับเคลื่อนธุรกิจ แต่ความหวัง และทิศทางเรื่องการนำเข้าแรงงานต่างชาติต้องชะงักลงอีก เนื่องจากประเทศเพื่อนบ้าน และเป็นแรงงานที่สถานประกอบการในประเทศไทย นิยมนำเข้ามาใช้เป็นลูกจ้าง กลับมาประสบปัญหาการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 อย่างหนักอีกครั้ง ทำให้ กองทะเบียนจัดหางานกลางและคุ้มครองคนหางาน กรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน จัดอบรมเจ้าหน้าที่ด้านการตรวจสอบ ปรามปราบ จับกุม และดำเนินคดี นายจ้าง สถานประกอบการ และคนงานต่างชาติผิดกฎหมาย ตามพระราชกำหนดการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พุทธศักราช 2560 เพื่อป้องกัน และแก้ปัญหาแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย และการค้ามนุษย์ด้านแรงงาน รวมถึงอีกนัยสำคัญต่อสถานการณ์ของโลกในขณะนี้ คือการป้องกันแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่อาจจะเข้ามากับแรงงานประเทศเพื่อนบ้าน

ขณะที่ วิทยากรจากกองบังคับการปราบปราม ที่มาให้ความรู้ รายละเอียด และข้อสังเกตจากประสบการณ์ของตำรวจ ต่อแนวทางการตรวจสอบการทำงานของคนต่างด้าว การทำบันทึกจับกุม การขอหมายค้น และการแสวงหาพยานหลักฐาน รวมถึงกระบวนการขั้นตอนในการดำเนินคดีคนต่างด้าวทำงานผิดกฎหมาย และผู้เกี่ยวข้อง ได้เน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่กว่า 100 คน ของกรมการจัดหางาน จากทั้งส่วนกลาง และส่วนภูมิภาค ต้องมีความเข้าใจในการบังคับใช้กฎหมาย มีไหวพริบในการเข้าตรวจสอบ และชิงความได้เปรียบในการเก็บข้อมูล เพื่อทำบันทึกการจับกุม บันทึกคำให้การ เมื่อประกอบกับพยานหลักฐานแล้ว จะนำไปสู่การสัมฤทธิผลของงาน ก็คือ การที่ผู้ต้องหา ถูกศาลสั่งลงโทษ

ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2563 แรงงานต่างชาติกลุ่มที่ไม่ได้เดินทางออกนอกประเทศไทย ตั้งแต่มีการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 จะต้องยื่นขอรับใบอนุญาตทำงาน กับกรมการจัดหางาน ได้ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 31 ตุลาคม 2563 และดำเนินการตามขั้นตอนอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยจะได้รับอนุญาตให้ทำงานได้ถึงวันที่ 31 มีนาคม 2565

ส่วนแรงงานต่างชาติ ที่เข้ามาทำงานโดยใช้บัตรผ่านแดน หรือ Border Pass จะต้องยื่นขอรับใบอนุญาตทำงาน กับกรมการจัดหางาน ได้ตั้งแต่วันนี้ จนถึงวันที่ 31 ตุลาคม 2563 โดยใบอนุญาตทำงาน มีอายุครั้งละ 3 เดือน แต่สามารถขอต่อเนื่องได้ไม่เกินวันที่ 31 มีนาคม 2565

Let's block ads! (Why?)



"การตรวจสอบ" - Google News
September 12, 2020 at 12:17PM
https://ift.tt/32noqer

รายงานพิเศษ : เสริมศักยภาพเจ้าหน้าที่ตรวจสอบแรงงานต่างชาติ - ช่อง 7
"การตรวจสอบ" - Google News
https://ift.tt/2V8hayf
Share:

Thursday, September 10, 2020

“สธ.” เร่งตรวจสอบ ปมญี่ปุ่นพบผู้ติดเชื้อ “โควิด” หลังเดินทางกลับจากไทย 5 ราย • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์ - ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

superselebbanget.blogspot.com

นายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวถึงกรณีที่มีรายงานว่าพบผู้เดินทางไปญี่ปุ่นติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หลังเดินทางกลับจากไทยว่า จากการตรวจสอบรายละเอียดในเบื้องต้น พบว่า ในช่วงที่ผ่านมามีกรณีผู้เดินทางจากไทยไปญี่ปุ่น ตรวจพบการติดเชื้อโควิด-19 จำนวน 5 เหตุการณ์ (2 เหตุการณ์เดิมที่เคยรายงานไปแล้ว คือ เหตุการณ์ชายไทยอายุ 24 ปี และเหตุการณ์ชายญี่ปุ่นอายุ 47 ปี) โดยพบเพิ่มอีก 3 เหตุการณ์ ดังนี้

รายแรกเป็นเพศชาย สัญชาติญี่ปุ่น อายุ 64 ปี (เป็นรายที่ 730 ของญี่ปุ่น) อาชีพผู้จัดการทั่วไป บริษัทแห่งหนึ่งในเขตบางนา เดินทางเข้าประเทศไทยและพักที่คอนโดย่านสุขุมวิท กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 1 เม.ย. 59 เดินทางไปต่างประเทศครั้งสุดท้ายเมื่อเดือนม.ค. 63 ซึ่งอาศัยอยู่คนเดียวไม่มีครอบครัว ในวันที่ 17 ส.ค. 63 ได้คืนห้องพักและย้ายไปพักไปที่โรงแรมย่านสุขุมวิท และได้เดินทางกลับญี่ปุ่นวันที่ 20 ส.ค. 63

เมื่อไปถึงสนามบินฮาเนดะได้มีตรวจหาเชื้อโดยตัวอย่างจากน้ำลาย พบผลบวก จากการสอบสวนโรคผู้สัมผัสใกล้ชิดในกรณีดังกล่าว ระหว่างวันที่ 21-23 ส.ค. 63 และวันที่ 9 ก.ย. 63 ที่ผ่านมา พบผู้สัมผัส จำนวน 76 คน ในบริษัทที่ทำงาน โรงแรมที่พัก และคอนโดมิเนียม โดยเป็นผู้สัมผัสใกล้ชิดเสี่ยงสูง 22 คน และเสี่ยงต่ำ 54 คน มีการตรวจหาเชื้อทางห้องปฏิบัติการในผู้สัมผัสทั้งหมด 50 คน ผลทั้งหมดไม่พบเชื้อแต่อย่างใด

รายที่สองเป็นเพศชาย สัญชาติไทย อายุ 21 ปี (เป็นรายที่ 770 ของญี่ปุ่น) ที่อยู่เขตคลองสามวา กรุงเทพมหานคร เป็นนักศึกษา กำลังเดินทางไปศึกษาที่ประเทศญี่ปุ่น จึงตรวจโควิด-19 ที่โรงพยาบาลรามาธิบดี ในวันที่ 27 ส.ค. 63 ให้ผลลบ เดินทางถึงญี่ปุ่นวันที่ 29 ส.ค. 63 ตรวจหาเชื้อโดยตัวอย่างจากน้ำลาย พบผลบวก จากการสอบสวนโรคในประเทศไทยไม่พบผู้สัมผัสเสี่ยงสูง

สำหรับรายที่สาม เป็นเพศชาย สัญชาติไทย อายุ 44 ปี (เป็นรายที่ 790 ของญี่ปุ่น) ที่อยู่ อ.สุวรรณภูมิ จ.ร้อยเอ็ด เดินทางไปญี่ปุ่นทุก 3 เดือน เพื่อซื้ออะไหล่ โดยครั้งนี้เดินทางถึงญี่ปุ่นวันที่ 1 ก.ย. 63 ตรวจหาเชื้อโดยตัวอย่างจากน้ำลาย พบผลบวก จากการสอบสวนโรคในประเทศไทย พบว่าในช่วง 14 วันก่อนเดินทางไปญี่ปุ่น มีการเดินทางระหว่างที่ทำงานบริเวณถนนบางนา-ตราด และ จ.ร้อยเอ็ด และมีการตรวจหาเชื้อโควิด-19 ก่อนเดินทางไปญี่ปุ่น ในวันที่ 28 หรือ 29 ส.ค. 63 ผลตรวจโควิด-19  เป็นลบ จึงมีการเดินทางในวันที่ 31 ส.ค. 63 ไปญี่ปุ่นกับเพื่อน 1 คน

ส่วนผู้สัมผัสใกล้ชิดร่วมบ้านที่ จ.ร้อยเอ็ด มี 4 คน ได้แก่ ยาย ภรรยา ลูกชาย และหลานสาว ไม่มีใครป่วยด้วยโรคระบบทางเดินหายใจ อยู่ระหว่างการติดตามผู้สัมผัสรายอื่น และการตรวจหาเชื้อในผู้สัมผัสใกล้ชิด  หากมีความคืบหน้าจะแจ้งให้ประชาชนทราบต่อไป

ทั้งนี้ นพ.สุวรรณชัย ระบุว่า กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ได้ปฏิบัติตามหลักสากลในการป้องกันควบคุมโรค ตามกฎอนามัยระหว่างประเทศ พ.ศ.2548 (International Health Regulations : IHR 2005) ที่ได้รับความร่วมมือจากทุกประเทศที่มีระบบความร่วมมือและแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างประเทศ ทำให้มีการตรวจสอบติดตามและสอบสวนป้องกันโรคได้อย่างรวดเร็วทันทีเมื่อได้รับแจ้งข่าว และขอให้ประชาชนมั่นใจในมาตรฐานการป้องกันควบคุมโรคของประเทศไทยที่มีความเข้มแข็งและดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง

Let's block ads! (Why?)



"การตรวจสอบ" - Google News
September 11, 2020 at 12:10PM
https://ift.tt/2FuUGTB

“สธ.” เร่งตรวจสอบ ปมญี่ปุ่นพบผู้ติดเชื้อ “โควิด” หลังเดินทางกลับจากไทย 5 ราย • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์ - ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์
"การตรวจสอบ" - Google News
https://ift.tt/2V8hayf
Share:

หน้าแรก - กระทรวงสาธารณสุข

superselebbanget.blogspot.com

[unable to retrieve full-text content]

หน้าแรก  กระทรวงสาธารณสุข

"การตรวจสอบ" - Google News
September 11, 2020 at 12:03PM
https://ift.tt/3hltqV5

หน้าแรก - กระทรวงสาธารณสุข
"การตรวจสอบ" - Google News
https://ift.tt/2V8hayf
Share:

กรมราง -ITD ตรวจสอบ อุโมงค์ลอดใต้ทางรถไฟถล่ม - ฐานเศรษฐกิจ

superselebbanget.blogspot.com

กรมการขนส่งทางราง  พร้อมผู้รับเหมา ITD ลงพื้นที่ตรวจสอบกรณีอุบัติเหตุนั่งร้านที่กำลังเทคอนกรีตในส่วนหลังคา (Deck Slab) ของอุโมงค์ทางลอดใต้ทางรถไฟ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา

ช่วง ค่ำของวันที่ 4 กันยายน เกิดอุบัติเหตุ หลังคาอุโมงค์ ทางลอดใต้ทางรถไฟ   อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา ถล่ม   มีคนงานได้รับบาดเจ็บนับ10ราย โดยมี บริษัท อิตาเลียนไทยดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด(มหาชน )หรือ ITD ในฐานนะผู้รับจ้าง  นั้น  วันนี้  (9 กันยายน 2563) เวลา 10.30 น. นายทยากร จันทรางศุ ผู้อำนวยการกองมาตรฐานความปลอดภัยและบำรุงทาง กรมการขนส่งทางราง(ขร.) พร้อมเจ้าหน้าที่ ขร. ลงพื้นที่ตรวจสอบกรณีอุบัติเหตุนั่งร้านที่กำลังเทคอนกรีตในส่วนหลังคา (Deck Slab) ของอุโมงค์ทางลอดใต้ทางรถไฟ (Underpass) บริเวณกิโลเมตรที่ 169+750 ใกล้เคียงสถานีบันไดม้า อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา ในโครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ ช่วงมาบกะเบา-ชุมทางถนนจิระ (สัญญา 1 ช่วงมาบกะเบา-คลองขนานจิตร) เหตุเกิดเมื่อคืนวันที่ 4 กันยายน 2563 ส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บเล็กน้อย 10 คน โดยมีนายกฤษดา มัชฌิมาภิโร วิศวกรกำกับการกองก่อสร้างเขต 2 ฝ่ายโครงการพิเศษและก่อสร้าง การรถไฟแห่งประเทศไทย พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กลุ่มบริษัทที่ปรึกษา AMWW และบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) (ITD) ร่วมในการตรวจสอบ พบว่า


เบื้องต้นสาเหตุเกิดจากนั่งร้านไม่สามารถรับน้ำหนักจากการเทคอนกรีตในอัตราที่เร็ว จนทำให้เกิดการกองของมวลคอนกรีต (overload) ทั้งนี้ ขร.ได้มีข้อเสนอแนะให้ รฟท. และผู้รับจ้าง พิจารณาดำเนินการ ดังนี้

1. จัดให้มีผู้ควบคุมงานเพื่อกำกับการทำงานในทุกขั้นตอนการก่อสร้าง และจัดให้มีคนงานเพียงพอในช่วงสับเปลี่ยนกะการทำงาน พร้อมทั้งควบคุมอัตราในการเทคอนกรีตให้เหมาะสมตามการออกแบบ

2. ตรวจสอบนั่งร้านให้มีความสมบูรณ์ แข็งแรง อุปกรณ์ครบถ้วน พร้อมใช้งานก่อนการเทคอนกรีตทุกครั้ง และห้ามนำนั่งร้านที่พังเสียหายกลับมาใช้งาน

3. ให้ดำเนินการตามคู่มือการปฏิบัติงาน (Method Statement) อย่างเคร่งครัด

ทั้งนี้ ขร. จะได้รายงานผลการตรวจสอบในรายละเอียดเสนอต่อกระทรวงคมนาคมเพื่อมอบหมายให้ รฟท. รับไปพิจารณาดำเนินการต่อไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง


Let's block ads! (Why?)



"การตรวจสอบ" - Google News
September 09, 2020 at 06:40PM
https://ift.tt/3m7A1Ge

กรมราง -ITD ตรวจสอบ อุโมงค์ลอดใต้ทางรถไฟถล่ม - ฐานเศรษฐกิจ
"การตรวจสอบ" - Google News
https://ift.tt/2V8hayf
Share:

'เราไม่ทิ้งกัน' ล่าสุด หยุดจ่าย 'เงินเยียวยา' 5,000 บาท 30 ก.ย.นี้ ยังไม่ได้เงินรีบเช็คด่วน! - กรุงเทพธุรกิจ

superselebbanget.blogspot.com

10 กันยายน 2563

7,848

คลังแจง 'เราไม่ทิ้งกัน' เตรียมยุติโอน "เงินเยียวยา" ภายในวันที่ 30 ก.ย.นี้ แต่ยังเหลือผู้ที่ยังโอนเงินไม่สำเร็จราว 56,000 ราย ขอให้รีบตรวจสอบสิทธิ์ หากเป็น ผู้มีสิทธิ์แต่โอนเงินไม่สำเร็จ ให้รีบติดต่อธนาคารที่มีบัญชี และผูกพร้อมเพย์ด่วน!

มาตรการช่วยเหลือเงินเยียวยา 5,000 บาท ต่อเนื่อง 3 เดือน ในโครงการ เราไม่ทิ้งกัน ผ่านการลงทะเบียนใน www.เราไม่ทิ้งกัน.com จ่ายเงินเยียวยาให้กับผู้ลงทะเบียนต่อเนื่อง 3 เดือน รวมเป็นเงิน 15,000 บาท จนถึงตอนนี้ แม้ว่าโครงการจะปิดไปแล้วตั้งแต่วันที่ 29 พฤษภาคม 2563 เมนูในเว็บไซต์ยังเหลือ 2 เมนูให้ทำรายการคือ ตรวจสอบสถานะ และ สละสิทธิ

ความคืบหน้าล่าสุด วันนี้ (10 ก.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายลวรณ แสงสนิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลังเปิดเผยว่า ตามที่ได้เคยแถลงข่าวไปแล้วว่า กระทรวงการคลังได้ดำเนินมาตรการเยียวยา 5,000 บาท (มาตรการเราไม่ทิ้งกัน) เสร็จสิ้นแล้วและผู้มีสิทธิ์รับเงินเยียวยาทั้งหมด 15.3 ล้านคน แต่คงเหลือผู้มีสิทธิ์รับเงินเยียวยาบางส่วนที่กระทรวงการคลังไม่สามารถโอนเงินให้ได้ เนื่องจากเกิดจากปัญหาเกี่ยวกับบัญชีรับเงิน เช่น ยังไม่มีพร้อมเพย์ที่ผูกกับเลขบัตรประชาชน หรือบัญชีปิด เป็นต้น

ข่าวที่เกี่ยวข้อง :   

159971364334

ที่ผ่านมา กระทรวงการคลังยังคงพยายามโอนเงินซ้ำ (Retry) อย่างต่อเนื่องทุกสัปดาห์จนถึงปัจจุบัน โดยคงเหลือผู้ที่ยังโอนเงินไม่สำเร็จจำนวนประมาณ 56,000 คน ซึ่งกระทรวงการคลังจะดำเนินการโอนเงินซ้ำ (Retry) ต่อเนื่อง จนถึงวันที่ 30 กันยายน 2563 เท่านั้น เพื่อให้สอดคล้องกับมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2563

ข่าวที่น่าสนใจ : 

   

ดังนั้น สำหรับผู้มีสิทธิ์แต่ยังไม่ได้รับเงิน ขอให้ตรวจสอบว่าท่านอยู่ในกลุ่มผู้มีสิทธิ์ที่กระทรวงการคลังโอนเงินไม่สำเร็จหรือไม่ โดยตรวจสอบผ่านเว็บไซต์ เราไม่ทิ้งกัน ผ่าน เมนูสีเขียวเข้ม “ผู้มีสิทธิ์ที่ยังโอนเงินไม่สำเร็จ” ทั้งนี้ หากท่านอยู่ในกลุ่มดังกล่าว หรือท่านได้รับข้อความ SMS แจ้งว่าเป็นผู้มีสิทธิ์แต่โอนเงินไม่สำเร็จ ขอให้รีบไปติดต่อธนาคารใดก็ได้ที่ท่านมีบัญชีอยู่ และดำเนินการผูกพร้อมเพย์ด้วยเลขบัตรประชาชนโดยเร็ว ก่อนวันที่ 28 กันยายน 2563 เพื่อให้สามารถรับเงินโอนจากกระทรวงการคลังได้ทันภายในวันที่ 30 กันยายน 2563

159971365778

โฆษกกระทรวงการคลังย้ำเพิ่มเติมว่า หลังจากวันที่ 30 กันยายน 2563 กระทรวงการคลังจะพิจารณาปิดโครงการเราไม่ทิ้งกัน และยุติการโอนเงินเยียวยา ดังนั้น ขอให้ผู้มีสิทธิ์ที่ยังโอนเงินไม่สำเร็จเร่งดำเนินการผูกพร้อมเพย์ด้วยเลขบัตรประชาชนโดยเร็วที่สุด โดยสามารถสอบถามเพิ่มเติม ติดต่อ สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง โทร. 0 2273 9020 ต่อ 3569 3556 และ 3566

สำหรับ วิธีการตรวจสอบสิทธิสำหรับ ผู้มีสิทธิ์ที่ยังโอนเงินไม่สำเร็จ ทำตามขั้นตอนได้ดังนี้

1. เข้าไปยังเว็บไซต์ www.เราไม่ทิ้งกัน.com
2. เลือกเมนู ผู้มีสิทธิ์ที่ยังโอนเงินไม่สำเร็จ หรือ คลิกที่นี่
3. กรอกหมายเลขบัตรประชาชนที่ใช้ลงทะเบียน 13 หลัก
4. รับทราบผลการตรวจสอบสิทธิ

159971367069

Let's block ads! (Why?)



"การตรวจสอบ" - Google News
September 10, 2020 at 11:34AM
https://ift.tt/3bGWzJb

'เราไม่ทิ้งกัน' ล่าสุด หยุดจ่าย 'เงินเยียวยา' 5,000 บาท 30 ก.ย.นี้ ยังไม่ได้เงินรีบเช็คด่วน! - กรุงเทพธุรกิจ
"การตรวจสอบ" - Google News
https://ift.tt/2V8hayf
Share:

ก้าวไกลขอปักหมุดตรวจสอบตุลาการ-ศาล - เดลีนีวส์

superselebbanget.blogspot.com

เมื่อวันที่ 10 ก.ย. ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณารายงานของคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหา หลักเกณฑ์ และแนวทางการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 ที่ กมธ.ฯ พิจารณาเสร็จแล้ว นายธีรัจชัย พันธุมาศ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล กล่าวอภิปราย ว่า ประเทศไทยไม่มีการร่างรัฐธรรมนูญโดยให้อำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญมาจากประชาชนโดยตรงสักครั้งเดียว เพียงแต่เป็นอำนาจแขวนในเชิงรูปแบบให้อำนาจประชาชนในการลงประชามติ แต่เนื้อแท้รัฐธรรมนูญไม่ได้เกิดมาจากประชาชนอย่างแท้จริง เนื่องเราเกิดวงจรอุบาทว์ ก็คือการยึดอำนาจ การร่างรัฐธรรมนูญ การเลือกตั้งทั่วไปวนเวียนอย่างนี้ตลอด 88 ปี ที่ประเทศเราเปลี่ยนแปลงการปกครองมาสู่ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขภายใต้รัฐธรรมนูญ ซึ่งรัฐธรรมนูญ 2560 ก็เกิดจากวงจรที่ตนพูดคือเกิดจากรัฐประหารปี 2557 มีการกำหนดกรอบโดยเจตจำนงของฝ่ายรัฐประหาร ไม่ใช่ประชาชนที่จะร่วมสถาปนารัฐธรรมนูญใหม่ที่เป็นอำนาจที่แท้จริงของประชาชน 

นายธีรัจชัย กล่าวว่า รัฐธรรมนูญ 2560 สร้างปัญหามากมายไม่ว่าจะเป็นปัญหาจาก ส.ว.ที่สามารถเลือกนายกฯ ได้ ส.ว.นั้นมาจากกระบวนการของฝ่ายรัฐประหาร รวมทั้งองค์กรอิสระต่างๆ ทั้งกกต. ป.ป.ช. ศาลรัฐธรรมนูญ ที่แต่งตั้งเชื่อมโยงมาจนมีอำนาจในการจัดการรัฐธรรมนูญนี้และสร้างความปั่นป่วนวุ่นวายให้กับประเทศ เปลี่ยนแปลงเจตจำนงของประชาชนในการเลือก ส.ส. ที่จะเป็นตัวแทนเลือกนายกฯ  โดยกมธ.ได้เสนอปัญหาซึ่งตนคิดว่าเป็นสิ่งที่ดีในการปักหมุดการแก้ไขรัฐธรรมนูญต่อไป ตนคิดว่ายังมีกระบวนการอีกหลายเรื่องที่จำเป็นต้องแก้ไขในเรื่องของอำนาจที่สำคัญ คือการถ่วงดุลอำนาจตุลาการและศาลที่เราไม่สามารถตรวจสอบได้ ซึ่งกมธ.ชุดนี้ได้เขียนไว้ตนเห็นแล้วถูกใจและเห็นด้วยก็คือการระบุว่าควรกำหนดให้มีการตรวจสอบการใช้อำนาจของผู้พิพากษาและตุลาการในการพิจารณาคดีด้วย. 

 

Let's block ads! (Why?)



"การตรวจสอบ" - Google News
September 10, 2020 at 02:16PM
https://ift.tt/3bJ9xpz

ก้าวไกลขอปักหมุดตรวจสอบตุลาการ-ศาล - เดลีนีวส์
"การตรวจสอบ" - Google News
https://ift.tt/2V8hayf
Share:

Wednesday, September 9, 2020

กรมตรวจบัญชีฯ เสริมนวัตกรรมใหม่ ตรวจสอบความโปร่งใสสหกรณ์ - ไทยรัฐ

superselebbanget.blogspot.com

สหกรณ์การเกษตรนิคมฯ บางระกำ จำกัด ใช้โปรแกรม FAS ของกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ บริหารจัดการธุรกิจที่หลากหลาย เพิ่มความแม่นยำ โปร่งใส เพิ่มความเชื่อมั่นให้สมาชิก

เมื่อวันที่ 10 ก.ย.63 นางกฤษณา ธรรมชีวิน ผู้จัดการสหกรณ์การเกษตรนิคมฯ บางระกำ จำกัด จ.พิษณุโลก เปิดเผยว่า สหกรณ์การเกษตรนิคมฯ บางระกำ จำกัด ก่อตั้งเมื่อวันที่ 20 ก.ค.2520 ประกอบธุรกิจสินเชื่อ ธุรกิจรับฝากเงิน ธุรกิจจัดสินค้ามาจำหน่าย และธุรกิจรวบรวมผลผลิต เช่น ข้าว ข้าวโพด ธุรกิจแปรรูปเมล็ดพันธุ์ข้าว ข้าวสารแบรนด์บางระกำ มีทุนการดำเนินงาน ณ วันปิดบัญชี 21 มี.ค.2563 จำนวน 354 ล้านบาท มีเงินฝากจากสมาชิก 107 ล้านบาท ผลดำเนินงานปี 2563 มีกำไรสุทธิ 8,600,000 บาท มีมูลค่าจากธุรกิจขายบริการ 678,300,000 บาท และกำไรจากธุรกิจสินเชื่อ 11 ล้านบาท โดยสมาชิกส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรมเป็นหลัก และมีหลากหลายประเภท การดำเนินธุรกิจของสหกรณ์ฯ จึงต้องเชื่อมโยงธุรกิจจัดหาสินค้ามาจำหน่าย ธุรกิจสินเชื่อ และธุรกิจรวบรวมผลผลิตไว้ด้วยกัน เพื่อให้สมาชิกได้รับบริการอย่างครบวงจรและเป็นระบบ นอกจากนี้ สหกรณ์ฯ ยังมีโครงการส่งเสริมอาชีพให้กับสมาชิกอีกหลายโครงการ เช่น โครงการส่งเสริมปลูกข่าตาแดง ปลูกพริก ผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าว ผลิตข้าว กข.43 รวมถึงทำการปศุสัตว์ เป็นต้น โดยสหกรณ์จะให้สินเชื่อหรือสนับสนุนปัจจัยการผลิตแก่สมาชิกที่ร่วมโครงการ และรวบรวมผลผลิตของสมาชิกเพื่อจัดจำหน่าย เมื่อสมาชิกจำหน่ายผลผลิตแล้วจึงนำเงินกู้มาคืนให้กับสหกรณ์ 

อ่านเพิ่มเติม...

Let's block ads! (Why?)



"การตรวจสอบ" - Google News
September 10, 2020 at 07:24AM
https://ift.tt/33hzXLt

กรมตรวจบัญชีฯ เสริมนวัตกรรมใหม่ ตรวจสอบความโปร่งใสสหกรณ์ - ไทยรัฐ
"การตรวจสอบ" - Google News
https://ift.tt/2V8hayf
Share:

หน้าแรก - กระทรวงสาธารณสุข

superselebbanget.blogspot.com

[unable to retrieve full-text content]

หน้าแรก  กระทรวงสาธารณสุข

"การตรวจสอบ" - Google News
September 09, 2020 at 05:21PM
https://ift.tt/3jZItFx

หน้าแรก - กระทรวงสาธารณสุข
"การตรวจสอบ" - Google News
https://ift.tt/2V8hayf
Share: